ค้นหาข้อมูล
 
 

บทความสาระน่ารู้ Inhouse Training แสดงความคิดเห็น

 
กระทรวงอุตสาหกรรม
 
สำนักงานประกันสังคม
   
กระทรวงแรงงาน
   
   
 
  การบริหารและการจัดการทรัพยากรมนุษย์
     [0] เทคนิคการตั้งเป้าหมายและวางแผนปฏิบัติการที่สัมฤทธิผล (Smart Goal Setting & Effective Action Plan)
     [101] อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร
     [102] กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ (Modern Human Resources Management and Development)
     [103] การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
     [104] เทคนิคการบริหารคนสำหรับหัวหน้างาน (HR for Non-HR)
  พลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย
     [202] ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร
     [203] ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี
     [203] ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี
     [204] การจัดทำแผนฉุกเฉินกรณีสารเคมีรั่วไหล
     [205] การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Working Environment Management)
  หมวดกฎหมายแรงงาน
     [301] การใช้มาตรการทางวินัยที่ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
     [302] การบริหารแรงงานสัมพันธ์สำหรับหัวหน้างาน (Labour Relation Management for Supervisor)
     [303] การสร้างและบริหารแรงงานสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร
     [304] กฎหมายแรงงานที่สำคัญซึ่งผู้บริหารและหัวหน้างานต้องรู้และเข้าใจ
     [305] บทบาทหน้าที่ของกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ : ภาคปฏิบัติ
  การบำรุงรักษาทวีผล
     [401] 5ส. เพื่อเพิ่มผลผลิต
     [402] 5ส. ภาคปฏิบัติและเครื่องมือในการบริหารกลุ่มกิจกรรม 5ส.
     [403] การดำเนินกิจกรรม 5ส. อย่างมีประสิทธิภาพ (5S for Work Improvement)
     [404] การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม หลักสูตร 1 วัน (Total Productive Maintenance)
     [405] 5 ส และ Kaizen เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  ส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐาน
     [501] กลยุทธ์การประเมินผลกิจกรรม QCC “Strategic of QCC Evaluation”
     [502] หลักสูตร องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace)
     [503] การสร้างจิตสำนึกด้านคุณภาพ (Quality Mind & Awareness)
     [504] QCC ระดับผู้ปฎิบัติ (กลุ่มสมาชิก)
     [505] QCC ระดับที่ปรึกษา (ที่ปรึกษากลุ่ม)
  การบริหารต้นทุน ขาย จัดซื้อ โลจิสติกส์
     [601] การบริหารงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (Logistics and Supply Chain Management)
     [602] เทคนิคการลดต้นทุน (Cost Reduction Techniques)

                                  

 
 


  ฟรี Counter

 
 
บทความ: การเป็นผู้นำที่ได้ใจคน ต้องมีพรสวรรค์เท่านั้นหรือ  
 
ผู้เขียน:
อีเมล์: -
 
 

          พรสวรค์ในที่นี้ไม่ใช่ในความหมายของอัจฉริยะภาพที่หาได้ยากในโลก เช่น เด็กที่มีระดับความเฉลียวฉลาด (IQ) เกิน 180 หรือเด็กที่มีความสามารถในการพูดภาษาต่างชาติได้ 3-4 ภาษาแบบเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่อายุ 6 ขวบอะไรทำนองนั้น แต่หมายถึงความสามารถที่มักถูกนำมาใช้อ้างว่าตนขาดหายไป (อย่างไม่เป็นธรรม) เมื่อต้องเทียบกับคนอื่นที่สามารถทำได้ เช่น ความสามารถในการปราศรัยหรือบรรยายในมหาสมาคมหรือต่อหน้าคนเป็นร้อย ในสถานการณ์เช่นว่านี้ สิ่งที่ผู้พูดต้องการไม่ใช่มีแต่เพียงความกล้าหรือความเชื่อมั่นในตนเอง แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสื่อสารข้อความที่มีความชัดเจน เห็นภาพ และปลุกเร้าให้ผู้ฟังมีความคิดคล้อยตาม ถ้าผมจะบอกว่าสิ่งที่พูดมานี้เป็นเรื่องที่เรียนรู้กันได้ หลายคนก็ว่าเป็นไปไม่ได้ หลายคนยังเชื่ออย่างมั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลงว่าคุณสมบัติหรือความสามารถที่ว่านี้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ถึงจะเรียนรู้ก็แสดงออกได้ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่จูงใจ

            แท้จริงแล้ว พรสวรรค์ที่มักนำมากล่าวอ้างกันนั้น อาจเป็นความสามารถที่คนบางคนได้เปรียบกว่าคนอื่น เป็นเรื่องที่บังเอิญเข้ากับจริตของคน ๆ นั้นทำให้ดูว่าเขาช่างพริ้วเสียเหลือเกิน แต่พรสวรรค์ก็เป็นทักษะที่เรียนรู้กันได้ด้วยการหมั่นฝึกปฏิบัติ มีเทคนิคหนึ่งที่เรียกว่า Charismatic Leadership Tactics (CLT) ซึ่งได้รับการยืนยันจากผลงานวิจัยแล้วว่าสามารถทำให้ผู้เรียนรู้กลายเป็นผู้นำซึ่งเป็นที่ยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ และมีความเป็นผู้นำมากขึ้นในสายตาของคนอื่น ๆ ผู้ที่ต้องการให้เกิดผลสำเร็จอย่างที่กล่าวมานี้จะต้องศึกษาเทคนิค CLT นำไป ฝึกฝนปฏิบัติอย่างจริงจังสม่ำเสมอ และมีกลยุทธ์ในการนำไปใช้อย่างถูกต้อง

            การจะทำให้ผู้อื่นคล้อยตามนั้น เราต้องใช้วาทะที่มีพลังและมีเหตุผล สร้างความเชื่อถือ กระตุ้นอารมณ์และความนิยมชมชอบให้เกิดขึ้น ถ้าผู้นำสามารถทำสิ่งทั้งสามนี้ได้เขาก็จะสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในความหวังและความศรัทธาของผู้คน ความสามารถในการจูงใจเป็นสินทรัพย์ที่หาค่ามิได้ในทุกสภาพการทำงาน  แต่นักธุรกิจมักจะไม่ใช้ความสามารถที่ว่านี้ บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไรหรืออาจเป็นเพราะเขารู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะทำได้เช่นนั้นเมื่อเทียบกับการใช้รางวัลจูงใจให้คนทำงาน เราเรียกผู้นำแบบนี้ว่าผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional leadership) หรือการใช้ทีมงานทำงานให้ ซึ่งเราเรียกผู้นำแบบนี้ว่าผู้นำแบบใช้คนเป็นเครื่องมือ (Instrumental leadership) นอกจากนั้นผู้นำส่วนมากยังชอบจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสร้างความไว้วางใจ บริหารการปฏิบัติ และวางกลยุทธ์ให้ แต่ผู้นำที่ถือว่าอยู่เหนือผู้นำประเภทอื่นในการที่จะบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน คือผู้นำที่ชนะใจคน (Charismatic leadership)

            ต่อไปนี้คือเทคนิคการจูงใจ (CLT) ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้นำที่ชนะใจคน

1.           ใช้การเชื่อมโยง เปรียบเทียบ และสำนวนขัดแย้ง (Connect, Compare, and Contrast)

      ผู้นำที่ชนะใจคนจะต้องสามารถสื่อสารข้อความของตนไปให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจและจดจำ การอุปมาอุปมัยเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย การเล่าเรื่องก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สร้างความเชื่อมโยงเข้าถึงผู้ฟังได้ แม้คนที่ไม่ได้เกิดมาเป็นนักเล่าเรื่องก็สามารถใช้เรื่องที่น่าสนใจให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ นอกจากสองวิธีนี้แล้ว การใช้สำนวนแบบขัดแย้งก็เป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เคนเนดี้เป็นผู้หนึ่งที่ใช้วิธีนี้อย่างได้ผลด้วยคำกล่าวที่ว่า อย่าถามว่าประเทศจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตนเองว่าจะให้อะไรแก่ประเทศ

2.           สร้างความรู้สึกผูกพัน และความชัดแจ้ง (Engage and Distill)

เราสามารถสร้างความรู้สึกผูกพันได้ด้วยการตั้งคำถามที่สะกิดเข้าไปกลางใจคน  โคชกีฬามักใช้วิธีนี้ในการกระตุ้นนักกีฬาในระหว่างแข่งขันให้เกิดความรู้สึกมุ่งมั่นที่จะให้ได้ชัยชนะ คำถามพื้นฐาน เช่น เราจะยอมรับความรู้สึกผิดหวังเมื่อเสร็จการแข่งขันนี้ได้ง่ายนักหรือ ก็ทำให้คนสู้ไม่ถอยมาเยอะแล้ว  การใช้หลักสามข้อก็เป็นอีกเทคนิคที่ใช้กันแพร่หลาย เหตุผลที่ต้องสามข้อก็เพราะมันไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จำง่าย และสามารถพลิกแพลงได้หลากหลาย เช่นอาจแบ่งออกเป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต หรืออาจแบ่งเป็นระยะการดำเนินงาน เช่นขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย หรืออาจแบ่งออกตามขนาดของเป้าหมาย เช่น ใหญ่ กลาง เล็ก ที่สำคัญคือหลังจากการสร้างแนวคิดตามหลักข้อหนึ่งด้วยการอุปมาอุปมัยเพื่อทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายแล้ว ขั้นต่อไปคือต้องสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นและทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราเกิดความเชื่อมั่นในความสำเร็จให้ได้

3.           สร้างความรู้สึกจริงใจและความฮึกเหิม (Show Integrity, Authority and Passion)

            การใช้วาทะที่สะท้อนอารมณ์ของกลุ่มจะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวคุณ เป็นการฉายบุคลิกภาพที่น่ายกย่องและความเป็นผู้นำได้อย่างดี การตั้งเป้าหมายที่สูงจนดูว่าเป็นไปไม่ได้ เช่น การปลดปล่อยประเทศอินเดียจากอังกฤษด้วยวิธีอหิงสาของคานธี หรือการที่ Machida ซึ่งเป็นอดีต CEO ของบริษัทชาร์ปกระตุ้นพนักงานงานของเขาเมื่อครั้งที่บริษัทได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี่ในวงการโทรทัศน์จนเกือบต้องปิดกิจการด้วยวาทะที่ว่า ภายในปี 2005 โทรทัศน์ทุกเครื่องที่บริษัทขายในประเทศญี่ปุ่นจะใช้จอ LCD ล้วนเป็นคำที่กระตุกอารมณ์คนฟังให้รู้สึกทึ่งต่อความกล้าที่จะประกาศเป้าหมายเช่นนั้น พร้อมที่จะร่วมฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคไปด้วยกัน และที่แน่นอนก็คือการยกให้ผู้กล่าววาทะนั้นเป็นผู้นำ แต่การพูดด้วยวาทะกินใจแต่เพียงอย่างเดียวคงรั้งอารมณ์คนได้ไม่นาน การมีโครงการหรือแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

            การใช้เสียง การเคลื่อนไหวของร่างกาย และสีหน้าท่าทาง ก็เป็นหัวใจของการเป็นผู้นำที่ชนะใจคน การรู้จักปรับระดับเสียงตั้งแต่กระซิบไปจนถึงเกือบตะโกนเพื่อสื่อสารอารมณ์เศร้า สุข ตื่นเต้น ประหลาดใจ การใช้สีหน้าเพื่อสื่ออารมณ์โดยเฉพาะเมื่อนำเทคนิคการเล่าเรื่องมาใช้ การสบตาผู้ฟัง การยิ้มหรือขมวดคิ้วที่สัมพันธ์กับการนำเสนอ การใช้ภาษาร่างกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี นอกจากนั้นอย่าพยายามคัดลอกรูปแบบของใครมาใช้เพราะการแสดงออกที่สุดแสนจะซาบซึ้งกินใจในสังคมหนึ่ง อาจดูโหลยโท่ยเป็นอย่างมากในอีกสังคมหนึ่ง ผู้ที่ต้องการเป็นผู้นำชนะใจคนจึงต้องศึกษาวัฒนธรรมสังคมและหมั่นฝึกปฏิบัติเพราะกลุ่มเป้าหมายของคุณสามารถเข้าใจอากัปกริยาที่คุณแสดงออกได้ง่ายกว่าคำพูด การรู้จักหยุดหรือเว้นวรรคเมื่อถึงเวลาที่ควรหยุด จะตรึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ฟังได้ดีกว่าการพูดไปเรื่อย ๆ เสียอีก

            การจะสามารถใช้ CLT ทั้งหลายที่กล่าวมานี้ได้นั้น คุณต้องวางแผนว่าจะนำเทคนิคทั้งหลายมาร้อยเรียงกับข้อมูลที่จะใช้ได้อย่างไร หลังจากนั้นก็ฝึกฝน ฝึกฝน ฝึกฝนจนกว่าจะลงตัวและใช้ออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ วิธีที่ง่ายคือการเรียนรู้เป็นกลุ่มและผลัดกันนำเสนอพร้อมการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเปิดเผย หรือไม่ก็ถ่ายวีดีโอมาดูและปรับปรุงแก้ไขด้วยตนเอง เป้าหมายในการฝึกไม่ใช่เพื่อสามารถใช้เทคนิคทั้งหมดในทุกการนำเสนอ แต่อยู่ที่การรู้จักเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบริบท การฝึกฝนจะทำให้สิ่งที่ดูยากเริ่มเป็นความเคยชินและเกิดความกระหายที่จะได้ขึ้นเวทีแทนที่จะคอยหลบเลี่ยง   

            ขอให้โชคดีครับ

3 กรกฎาคม 2555

-----------------------------------------------

 
 

บทความล่าสุด
  1. ความรู้สึกผูกพันของพนักงาน กับ แนวคิดการบริหารผลการปฏิบัติงานสมัยใหม่ ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  2. ผ่าทฤษฎีผู้นำ (ตอนที่ 4) ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  3. ผ่าทฤษฎีผู้นำ (ตอนที่ 3) ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  4. ผ่าทฤษฎีผู้นำ (ตอนที่ 2) ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  5. ผ่าทฤษฎีผู้นำ (ตอนที่ 1) ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  6. ผู้นำกับอำนาจที่ยั่งยืน ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  7. การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้นำที่แท้จริง ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  8. คุณสมบัติและทักษะที่จำเป็นของผู้นำ ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  9. การสร้างและนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
  10. การพัฒนาความปลอดภัยด้วยการควบคุมพฤติกรรมยังใช้ได้ผลเสมอ ผู้เขียน: ดร. ปิยนันท์ สวัสดิ์ศฤงฆาร
 
 
   
 
       
 
 

บริษัท เอช อาร์ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลแทนท์ จำกัด
4 / 1185 หมู่ 4 ซ.เสรีไทย 57 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. 10240
โทรศัพท์ : 02-3796778 โทรสาร : 02-379-7020
mobile: 081-828-9581 (ปิยนันท์) E-Mail : drpiyanan@gmail.com